วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ฮวงจุ้ยคอนโด สำหรับวิถีชีวิตในมุมสูง


          แน่นอนว่าคอนโดมิเนียม กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนที่อยากมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเองไปแล้ว โดยเฉพาะวิถีชีวิตของคนเมือง ที่ต้องการความสะดวกสบายของการเดินทาง และง่ายต่อการดูแลรักษา จึงทำให้คอนโดมิเนียมไม่เคยหล่นหายไปจากความต้องการของคนสมัยใหม่

          แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อหาคอนโดมิเนียมสักห้อง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ ฮวงจุ้ยคอนโด จาก “อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม” หรือ “ซินแสไฮเทค” ที่ให้ข้อมูลไว้ในประชาชาติธุรกิจ เพื่อประกอบการพิจารณากันค่ะ

ลมและน้ำ

          ฮวงจุ้ย หมายถึง ศาสตร์จาก ลม (ฮวง) และน้ำ (จุ้ย) การพิจารณาเลือกคอนโดในอันดับแรก ต้องศึกษาเรื่องทิศทางของลมให้ดี โดยเลือกจุดที่ลมเข้าง่าย และถ้าเป็นไปได้ให้อยู่ใกล้จุดที่มีน้ำ เพราะเมื่อมีการพัดผ่านของลม ออกซิเจนจากน้ำจะถูกพัดเข้ามาด้วย ทำให้มีอากาศหายใจมากขึ้น แต่อย่าให้ใกล้สระน้ำหรือบ่อน้ำมากเกินไป เพราะพื้นดินอาจจะอ่อนจนทำให้ทรุดตัวง่าย

รูปทรงของคอนโด

          นอกจากนี้รูปทรงของคอนโดจะต้องดูไม่บิดเบี้ยว เพราะจะทำให้ได้รับพลังชี่ไม่ทั่วถึง อาจทำให้ผู้พักอาศัยเจ็บป่วยได้

ประตูทางเข้า

          ทางเข้าอาคารควรมีขนาดกว้างและสูงพอสมควร มีโถงภายในขนาดใหญ่ ดูสง่าและสว่าง เพื่อแสดงออกถึงภาพลักษณ์ที่ดีของผู้พักอาศัย เนื่องจากประตูเปรียบเสมือนปาก ซึ่งเป็นช่องทางในการรับพลังงานจากภายนอกเข้าสู่ภายใน ส่วนโถงเป็นแหล่งพักพลังงานก่อนถ่ายเทไปสู่ลิฟท์หรือบันได หากไม่มีโถงกว้างจะทำให้ผู้อยู่อาศัยการเงินไม่มั่นคง ไม่มีเหลือเก็บ

ลิฟท์โดยสาร

          หากเลือกคอนโดที่มีลิฟท์ไม่เหมาะสมกับจำนวนห้อง จะทำให้สภาพการเงินฝืดเคือง หากเป็นไปได้ควรเลือกห้องที่อยู่ใกล้ลิฟท์ ห้องหัวมุม หรือห้องที่ด้านหน้าเป็นโถงกว้าง เปิดออกมาไม่เจอเหลี่ยมมุมผนังตึก เพื่อให้พลังงานส่งผ่านได้ง่าย หากเลือกห้องที่อยู่ติดสวนหรือสระว่ายน้ำ จะช่วยให้ร่ำรวยและสุขภาพแข็งแรง


 ฮวงจุ้ยคอนโด สำหรับวิถีชีวิตในมุมสูง

ห้องนอน

          เมื่อเปิดออกมาไม่ควรมีสิ่งของกีดขวางหรือเจอมุมแหลม ไม่ควรหันหัวเตียงด้านเดียวกับประตู และตำแหน่งไฟจะต้องไม่ส่องโดนตัวคนเวลานั่งและนอน อีกทั้งยังห้ามมีแอร์อยู่บนศีรษะด้วย เพราะจะทำให้เจ็บป่วยบ่อย

ระเบียงห้อง

          ควรเลือกห้องที่มีระเบียงกว้างขวาง มองไปแล้วไม่มีตึกอื่นมาบดบังสายตา เนื่องจากการมีระเบียงที่เปิดโล่งจะช่วยรับพลังงานดี ๆ เข้าสู่ห้องได้ง่ายขึ้น

ตัวเลข

          หลายคนเชื่อว่าการเลือกอยู่คอนโด ชั้น 8 ชั้น 9 และชั้น 27 ซึ่งเป็นชั้นยอดฮิตตามเลขมงคลจะดีกว่า หรือการหลีกเลี่ยงชั้น 6 และชั้น 13 ตามความเชื่อว่าเป็นเลขไม่ดี แต่ที่จริงแล้วยังไม่ใช่หลักฮวงจุ้ยที่แท้จริง เป็นเพียงความเชื่อของคนโบราณที่สืบต่อกันมาเท่านั้น

          ได้ รู้จักกับฮวงจุ้ยคอนโดแบบคร่าว ๆ ไปแล้ว หากใครยังไม่มั่นใจในการเลือกซื้อคอนโดให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยล่ะก็ ลองปรึกษาซินแสนที่เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ ก็จะช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นได้นะคะ

ปรับ ฮวงจุ้ยหน้าบ้าน ให้ร่มเย็นเป็นสุข

   แม้ว่าการตกแต่งบ้านให้สวยงามจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่อีกปัจจัยในการแต่งบ้านที่หลายคนให้ความสนใจก็คือ หลักฮวงจุ้ย เริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อบ้าน การตกแต่งบ้าน หรือการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ที่หลายคนมักนำเอา หลักฮวงจุ้ย มาพิจารณาประกอบเข้าไปด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเอาข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยมาฝากกัน

           โดย เรื่องของฮวงจุ้ยในวันนี้ จะว่ากันด้วยเรื่อง ฮวงจุ้ยหน้าบ้าน ซึ่งเป็นจุดแรกที่ผู้คนจะมองเห็น โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้านและคนในครอบครัวซึ่งต้องเข้า-ออกอยู่ทุกวัน ดัง นั้นหากการจัดแต่งหน้าบ้านของคุณยังมีจุดอับที่ผิดฮวงจุ้ยอยู่ก็อาจทำให้ พลังดี ๆ ส่งผ่านเข้าไปไม่ถึงได้เช่นกัน ลองไปดูแนวทางในการจัดฮวงจุ้ยหน้าบ้านแล้วนำไปแก้ไขกันเลยดีกว่าจ้า

1.  หากมีเสาไฟฟ้า หรือเสาต่าง ๆ อยู่หน้าบ้าน เชื่อกันว่าเปรียบเหมือนปักธูปขวางไว้ที่หน้าบ้าน และจะทำให้เจ็บป่วยร้ายแรง หรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

2.  หน้าบ้านหันหน้าเข้าหาวัด หรือเมรุ จะทำให้เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ สามวันดีสี่วันไข้ หากหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง

3.  ควรมีดอกไม้สีสันสวยงาม ตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อช่วยดูดซับพลังดี ๆ โชคลาภ และความรุ่งเรือง เข้ามาสู่ผู้อาศัย อีกทั้งยังเจริญตา มองแล้วสดชื่นขึ้นด้วย

4.  ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้หน้าบ้าน การปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้หน้าบ้าน ไม่ว่าจะตรงกับประตูบ้านหรือแค่แผ่กิ่งก้านมาบังหน้าบ้านก็ตาม เพราะจะเป็นการบดบังโชคลาภ ทำให้ไม่มีเรื่องดี ๆ เข้ามาสู่ผู้อาศัย

5.  ควรมีอ่างน้ำล้น และหินหมุน เพื่อให้บ้านมีความสงบสุขร่มเย็น เป็นพลังที่คอยดักสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าไปสู่ตัวบ้านและผู้อาศัยได้


 ปรับ ฮวงจุ้ยหน้าบ้าน ให้ร่มเย็นเป็นสุข

6.  ลานหน้าบ้านควรปล่อยเป็นพื้นที่โล่ง สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งจะช่วยไม่ให้บ้านดูรก และบดบังพลังดี ๆ ที่จะไหลเวียนเข้าสู่ผู้อาศัยในบ้านด้วย

7.  ประตูบ้านมีช่องเปิดให้ลมพัดผ่าน เพื่อพัดเอาพลังบวกและความร่มเย็นเป็นสุข เข้าสู่ตัวบ้าน ให้คนในบ้านเย็นกายสบายใจ


          ได้รู้หลักฮวงจุ้ยหน้าบ้านกันไปแล้ว อย่าลืมนำไปปรับใช้กับการตกแต่งบ้านของคุณให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เพื่อเปิดรับเอาพลังแห่งโชคลาภ และความสงบสุขร่มเย็น ให้พัดผ่านเข้าไปสู่ผู้อาศัยในบ้านด้วยนะคะ 

รู้หรือไม่? รูปทรงคอนโด..ก็มีผลต่อฮวงจุ้ย


            ในยุคสมัยที่ คอนโดมิเนียมกำลังได้รับความนิยม แน่นอนว่าหนึ่งในเป้าหมายการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสักแห่ง จะต้องมีคอนโดมิเนียมรวมอยู่ด้วยแน่ ๆ บางคนอาจจะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัย ในขณะที่หลายคนเลือกซื้อเก็บไว้ปล่อยเช่า ซึ่งหลักในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมสักแห่งก็คงหนีไม่พ้นปัจจัยหลักอย่าง ทำเล, ราคา หรือสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฮวงจุ้ยเองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีความรู้ดี ๆ จากเว็บไซต์ alinehomecare.com เกี่ยวกับรูปทรงของคอนโดมิเนียมตามหลักฮวงจุ้ยมาฝากกัน
 
 คอนโดรูปตัวแอล

            หากจะเลือกซื้อห้องชุดในคอนโดที่เป็นรูปตัวแอล ควรเลือกห้องที่อยู่ทางด้านฐานของตัวแอลจึงจะดี แต่ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาคารรูปตัวแอลเป็นลักษณะที่ปราศจากพลังงานแห่งโชคลาภ

 คอนโดรูปตัวยู

            คอนโดที่มีรูปทรงคล้ายตัวยู ก็ถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ให้คุณนัก แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าอยู่อาศัย ขอให้พยายามเลือกห้องที่อยู่ทางด้านส่วนฐานของตัวยู อย่าเลือกห้องที่อยู่ทางฝั่งปีกทั้งสองด้าน

 คอนโดหลายอาคาร

            คอนโดมิเนียมบางแห่งเป็นอาคารหลายหลังอยู่ในบริเวณเดียวกันและมีความสูงเท่า ๆ กันหมด การเลือกซื้อห้องชุดขอให้เลือกคอนโดหลังที่อยู่ตรงกลาง โดยมีอาคารหลังอื่น ๆ ขนาบข้างเป็นบริวาร แต่หากไม่สามารถเลือกหลังกลางได้ ให้เลือกหลังใดก็ได้ที่อาคารอื่น ๆ ขนาบ ข้างเสมือนบริวารควรหลีกเลี่ยงหลังแรกสุดกับท้ายสุด

 ความสูงของตึกข้างเคียง

            ถ้ามีคอนโดหรือตึกแถวอยู่แวดล้อม ต้องสังเกตด้วยว่าความสูงของตึกในบริเวณข้างเคียงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ตึกข้างหลังหากสูงกว่าตึกของเราถือว่าดี เพราะเปรียบเสมือนมีภูเขาสูงด้านหลังเป็นที่พึ่งพิง ตึกทางด้านซ้าย-ขวาที่ขนาบตึกของเราอยู่ ควรมีความสูงเท่ากัน เพื่อเปรียบเสมือนมีผู้คุ้มกัน เมื่อเข้าอยู่อาศัยแล้ว จะทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ตึกทางซ้ายหากมีความสูงกว่าตึกทางขวาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าตึกด้านขวาสูงกว่าถือว่าไม่ดี

 คอนโดที่ตั้งอยู่ลำพัง

            ตึกแถวหรือคอนโดที่ตั้งอยู่โดด ๆ กลางพื้นที่ว่าง โดยไม่มีตึกอื่น ๆ มาตั้งอยู่ใกล้เคียง อาจดูดีเพราะไม่บดบังทิศทางลมและทัศนียภาพ แต่ความจริงแล้วอาคารสูงในลักษณะดังกล่าว บ่งบอกถึงลักษณะแห่งความไร้อำนาจบารมี ผู้เข้าอยู่อาศัยจะได้รับพลังแห่งความโดดเดี่ยว ทำสิ่งใดมักไม่ได้รับความสนับสนุนและความร่วมมือเท่าที่ควร

 ลักษณะอื่น ๆ

            ถ้าไม่สามารถหารูปทรงคอนโดที่เหมาะสมได้ก็ขอให้เลือกคอนโดรูปสี่เหลี่ยมผืน ผ้า ซึ่งเป็นรูปทรงของอาคารสูงทั่ว ๆ ไป นั่นเอง ข้อสำคัญคือ อย่าเลือกคอนโดรูปทรงแปลก ๆ แม้ว่าจะดูสวยหรือทันสมัยเพียงใดก็ตาม รูปทรงแปลก ๆ นั้นล้วนแต่ไม่ใช่ลักษณะที่ให้โชคลาภแต่อย่างใด

            นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงคอนโดรูปทรงเว้า ๆ แหว่ง ๆ เช่น รูปทรงหกเหลี่ยม หรือแปดเหลี่ยม ซึ่งจะเหมาะกับสถานที่ราชการหรือโรงแรมมากกว่า ขณะที่คอนโดควรเต็มทุกเหลี่ยมทุกมุม เพื่อให้เกิดความมั่นคงและสงบสุขในการอยู่อาศัย

เกิดปีไหน เลือกบ้านอย่างไร..มาดูกัน


การเลือกบ้านเพื่อไม่ให้ขัดกับปีเกิด หรือ ปีนักษัตร (อ.คลังจินดา)

          เคย ไหม..ที่รู้สึกว่าบ้านหลังที่คุณอาศัยอยู่มีปัญหาจุกจิกให้รู้สึกไม่สบายใจ อย่างบอกไม่ถูก ไม่แน่อาจจะเกิดจากฮวงจุ้ยที่ผิดที่ผิดทางก็ได้นะ ปีเกิดของคุณกับการเลือกซื้อบ้านก็เช่นกัน ถ้าสามารถเก็บข้อมูลในการเลือกซื้อบ้านตามปีเกิดเหล่านี้ไปร่วมพิจารณาได้ ล่ะก็ อาจจะทำให้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ของคุณมีแต่เรื่องดี ๆ ก็ได้ ใครจะรู้ จริงไหม? ถ้าอย่างนั้นเราลองไปดูข้อมูลดี ๆ จาก อ.คลังจินดา คลังเงินตรา เกี่ยวกับการเลือกบ้านตามปีเกิดกันเลยดีกว่า ..
ปีชวด (ปีหนู)

          ท่าน ที่เกิดปีนักษัตร ปีชวด ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศ 172.6 - 187.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีชวด ดังนั้นจึงเป็นทิศต้องห้าม จากประสบการณ์ที่อาจารย์ไปดูฮวงจุ้ย และจัดบ้านให้แก่ผู้ที่อยู่ผิดทิศทาง ซึ่งมักจะเดือดเนื้อร้อนใจ อยู่ไม่สุข อยู่ไม่ติดบ้าน มีน้อยรายที่จะไม่มีอาการแบบนี้ ท่านที่เกิดปีชวดจึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อบ้านในทิศนี้

ปีฉลู (ปีวัว)

          ท่าน ที่เกิดปีนักษัตร ปีฉลู ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 202.6 – 217.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีฉลู ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีขาล (ปีเสือ)

          ท่าน ที่เกิดปีนักษัตร ปีขาล ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 232.2 – 247.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีขาล ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้าน หรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีเถาะ (ปีกระต่าย)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีเถาะ ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตก ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 262.6 – 277.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีเถาะ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้าน หรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะโรง (ปีมังกร)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะโรง ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 292.6 – 307.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะโรง ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะเส็ง (ปีงู)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะเส็ง ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 322.6 – 337.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะเส็ง ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะเมีย (ปีม้า

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะเมีย ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 352.6 – 07.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะเมีย ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะแม (ปีแพะ)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะแม ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 22.6 – 37.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะแม ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีวอก (ปีลิง)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีวอก ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 53.6 – 67.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีวอก ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีระกา (ปีไก่)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีระกา ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออก ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 82.6 – 97.5 องศา องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีระกา ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีจอ (ปีหมา)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีจอ ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 112.6 – 127.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีจอ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีกุน (ปีหมู)

          ท่าน ที่เกิดในปีนักษัตร ปีกุน ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีกุน ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ฮวงจุ้ย 3 ข้อที่ควรรู้ก่อนซื้อคอนโด

3 Rules for Buying Condo (Heaven Condominium Guide)
เรื่อง : ภูเก็จ จันทรเวช

           ฮวงจุ้ย (Feng Shui) หมายถึงการอยู่อาศัยของมนุษย์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ คติชาวจีนอันนี้ใกล้เคียงกับหลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มีสอนกัน อยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่การอ้างอิงหลักการและเหตุผลนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่และเวลา นั่นเอง

           หลักของฮวงจุ้ยมาจากคำว่า ลม (ฮวง) และน้ำ (จุ้ย) ออกเสียงตามสำเนียงจีนแต้จิ๋ว อาศัยหลักการไหลเวียนของพลังงานที่มีอยู่บนผืนโลก (ซี่) โดยนักพยากรณ์ฮงจุ้ยต้องอ่านพลังงานของซี่ให้แตกฉานถึงแหล่งที่มาที่ไปการนำ เข้าการทำลายการไม่ปิดกั้นซี่ที่ดีลากรการถ่ายเทซี่ที่เสียให้ออกไปไกล ๆ

           สภาพแวดล้อมตาม หลักฮวงจุ้ยนั้น แตกต่างและไม่เหมือนกันเลยในแต่ละเขตของโลก สภาพภูมิอากาศรวมไปถึงพิธีกรรม ล้วนมีบทบาทกับฮวงจุ้ยในแต่ละประเทศ นักพยากรณ์ที่ดีจำเป็นต้องศึกษาและรู้จักปรับคำทำนายให้เหมาะสมในแต่ละสถาน ที่ เพราะพื้นที่ (Space) มีผลทางจิตวิทยากับอารมณ์ เพราะพื้นที่ (Space) มีผลทางจิตวิทยากับอารมณ์ (Mood) ของมนุษย์ มีการใช้ดวงชะตา ดวงดาวบนท้องฟ้าหรือแม้กระทั่ง วัน เดือน ปีเกิด มาร่วมในการกำหนดทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในแง่ของจิตใจที่จะมีผลต่อเจ้าของ สถานที่นั้น ๆ นั่นเอง

           สำหรับหลักการเลือกที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมให้สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ย มีรายละเอียดที่แตกต่างกับการเลือกบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไปหลายประเด็น หลักในการพิจารณาที่สำคัญพอจะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อดังต่อไปนี้

            1. สภาพแวดล้อม เรา จะพิจารณาแค่ห้องที่เราต้องการจะซื้อเพียงห้องเดียวไมได้ เพราะห้องเราเป็นส่วนหนึ่งของคอนโดฯ ทั้งหลัง ถ้าคอนโดฯ มีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว ห้องทั้งหมดก็จะได้รับผลดีไปด้วย หลักการดูและพิจารณาอย่างง่าย ๆ มีดังต่อไปนี้

            ควรอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่อยู่โดดเดี่ยวหลังเดียว

            คอนโดฯ ไม่ควรอยู่ห่างถนนใหญ่มากเกินไป

            ลักษณะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ดีรอบคอนโดฯ เช่น ทางด่วนพาดผ่าน ทางรถไฟ เสาไฟฟ้าแรงสูง หรือเสาโทรคมนาคมขนาดใหญ่

            คอนโดฯ ที่ดีต้องมีรูปทรงอาคารที่ไม่มีเหลี่ยมมุมพุ่งเข้าหาอาคารรอบ ๆ แบบรุมแรง และอย่างตั้งใจ

            ตัวอาคารต้องไม่อยู่ท่ามกลางความแออัดของอาคารสูงโดยรอบ

            สถานที่ตั้งต้องไม่ติดวัด ศาสนสถาน ป่าช้า หรืออยู่ด้านทิศใต้ของอาคารเหล่านี้


            2. ตำแหน่งที่ตั้งของห้อง การดูทิศถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก

            ด้านเหนือ แสงนวลตา แต่อับลม

            ด้านใต้ รับลมสบาย ๆ

            ด้านตะวันออก รับแสง ไม่ร้อนแรงในตอนเช้า

            ด้านตะวันตก รับแสงที่ร้อนแรง และอบอ้าวในตอนบ่าย

           ดังนั้นจะเห็นว่าด้านที่ดีที่สุด ก็คือด้านตะวันออกกับด้านใต้ ซึ่งทั้งสองด้านนี้จึงมักจะถูกเลือกและถูกจองหมดในเวลาอันรวดเร็ว

            3. การหาตำแหน่งห้องที่ดี ถ้าเราไม่สามารถจะเลือกห้องที่อยู่ในทิศที่ดีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การพิจารณาเลือกห้องด้านอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติที่ดีและสำคัญในอีกรูปแบบ ก็ยังสามารถทำได้ก็คือ

            เลือกห้องที่ไม่มีอาคารอื่นบิดบัง ไม่ไกลจากบันไดหนีไฟ หรือประตูห้องต้องไม่ตรงกับลิฟต์โดยสาร

            เลือกห้องใกล้สวน สระว่ายน้ำ

            เลือกห้องที่มีทิศนียภาพสวยงามตามธรรมชาติ เช่น วิวแม่น้ำ ภูเขา หรือทะเล

           หลักทั้ง 3 ข้อนี้เป็นหลักง่าย ๆ เบื้องต้นในการเลือกทำเลที่ตั้งและเลือกห้องของคอนโดมิเนียม ยังมีหลักอื่น ๆ ที่ซับซ้อนกว่าและอาศัยหลักความเชื่อโบราณเป็นตัวกำหนด เช่น การพิจารณาจาก วัน เดือน ปีเกิด ดวงชะตา เพศของผู้ซื้อ ฯลฯ ผมอยากจะแนะนำว่าการนำเรื่องของดวงชามาผูกกับการพิจารณาการเลือกที่อยู่ อาศัยนั้น ควรเป็นแค่ปัจจัยเสริมมากกว่าจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ผู้ซื้อควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมของภูมิประเทศ (ชัยภูมิ) เป็นหลักเพราะนั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้องและดีที่สุดแล้วนั่นเอง